ในชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ผู้คนมากมายแสวงหาความสงบด้วยการทำสมาธิ แต่ในทางพระพุทธศาสนา ความสงบนั้นยังเป็นเพียงบันไดขั้นต้น เป้าหมายที่แท้จริงคือการใช้ความสงบนั้นเป็นฐาน เพื่อสร้าง "ปัญญา" ให้จิตหลุดพ้นจากความทุกข์อย่างถาวร บทความนี้จะประมวลผลและเรียบเรียงเส้นทางของจิต ตั้งแต่การทำสมาธิขั้นลึก ไปจนถึงการเกิดปัญญา ในรูปแบบที่ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย
สมาบัติ ๘ คือ ระดับของสมาธิที่ลึกซึ้งและประณีตตามลำดับ แบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ คือ:
เปรียบเหมือนการที่เราแบกสัมภาระหนักๆ ไว้ แล้วค่อยๆ วางลงทีละชิ้นจนตัวเบาสบาย:
เมื่อจิตนิ่งสุดในฌานที่ ๔ ผู้ปฏิบัติก้าวข้ามสิ่งที่มีรูปร่าง หันไปจดจ่อกับสิ่งที่เป็น "นามธรรม" แทน เช่น ความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด หรือกำหนดความรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรเลย" ซึ่งเป็นความสงบที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
เราไม่สามารถเลื่อนระดับสมาธิได้ด้วย "ความอยาก" (การบังคับ) แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญ และใช้ปัญญาพิจารณาเห็นว่า สภาวะที่เรากำลังเป็นอยู่นั้นยังมีสิ่งที่ "หยาบ" หรือยังเป็นภาระอยู่ จิตจึงยอมสละสิ่งนั้นเพื่อก้าวไปสู่ความสงบที่ "ละเอียด" กว่า นี่คือกลไกของการเห็นโทษในสิ่งเดิม แล้วมุ่งสู่สิ่งที่ดีกว่า
สมาบัติ ๘ ให้ความสุขที่ประณีตมาก แต่นักปฏิบัติอาจเผลอเพลิดเพลินติดอยู่ในความสงบ ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องที่ควรระวัง หากเราต้องการพ้นทุกข์ พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเป็น "นิปปริยาย" (ความหมายโดยตรงไม่อ้อมค้อม) ว่า เราต้องก้าวจากการเพ่งอารมณ์ให้สงบ (อารัมมณูปนิชฌาน) ไปสู่การเพ่งดูลักษณะความจริงของธรรมชาติ (ลักขณูปนิชฌาน) หรือที่เราเรียกว่า "วิปัสสนา"
วิธีการคือ เมื่อจิตสงบและทรงพลังเต็มที่แล้ว ให้ถอยจิตออกมาให้อยู่ในระดับที่คิดพิจารณาได้ แล้วนำเอา "สภาวะความสงบ" หรือ "องค์ฌาน" ที่เพิ่งผ่านมานั่นแหละ มาเป็นกรณีศึกษา
เมื่อนำความอิ่มเอิบ ความสุข หรือความนิ่งในสมาธิ มาพิจารณาตามกฎธรรมชาติ (ไตรลักษณ์) จิตจะค้นพบความจริงอันลึกซึ้ง โดยมีนัยดังต่อไปนี้:
เมื่อจิตที่แหลมคมจากสมาธิ ได้มาเห็นความจริงว่า "แม้แต่ความสุขที่ประณีตที่สุดก็ยังเปลี่ยนแปลงและไม่ใช่ของเรา" จิตก็จะคลายความยึดติด เลิกหลงใหลในความสงบ และเกิดความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ถูกปรุงแต่ง นำไปสู่การปล่อยวาง
นี่คือความฉลาดในการใช้อุบาย (อุปายโกศล) ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะไม่ได้สอนให้เราหยุดอยู่แค่ความรู้สึกสบาย แต่แนะช่องทางให้ใช้ความสงบนั้นเป็นเครื่องมือไขกุญแจสู่ "ปัญญา" และความหลุดพ้นอย่างแท้จริง